
เห็นเว็บคู่แข่ง DA 60 ส่วนเว็บคุณ DA 18 แล้วรู้สึกว่าไม่มีทางสู้ได้หรือเปล่า? ความจริงคือ Domain Authority (DA) และ Domain Rating (DR) เป็นคะแนนจากเครื่องมือ SEO ภายนอก ไม่ใช่คะแนนที่ Google ใช้จัดอันดับโดยตรง DA ของ Moz ใช้ประเมินศักยภาพของโดเมนเชิงเปรียบเทียบ ส่วน DR ของ Ahrefs เน้นความแข็งแรงของโปรไฟล์ Backlink ทั้งเว็บไซต์ คะแนนเหล่านี้มีประโยชน์มากในการวิเคราะห์คู่แข่งและคัดเลือกเว็บไซต์สำหรับทำลิงก์ แต่ไม่ควรใช้ตัดสินว่าเว็บไหน “SEO ดีกว่า” จากตัวเลขเพียงค่าเดียว

Domain Authority คืออะไร?
Domain Authority หรือ DA เป็น Metric ที่พัฒนาโดย Moz เพื่อประเมินความสามารถของเว็บไซต์ในการแข่งขันบนหน้าผลการค้นหา โดยแสดงคะแนนเป็นช่วง 1–100 ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งหมายถึงเว็บไซต์นั้นมีสัญญาณที่โมเดลของ Moz มองว่าแข็งแรงเมื่อเทียบกับเว็บไซต์อื่น
จุดสำคัญคือ DA เป็น คะแนนของ Moz ไม่ใช่คะแนนจาก Google ดังนั้นเว็บ DA 70 ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่เหนือเว็บ DA 30 ทุก Keyword
คุณสามารถดูรายละเอียดนิยามและหลักการของ Metric นี้ได้จาก Moz: Domain Authority โดยตรง
เวลาทำ SEO จริง ผมจึงไม่ถามว่า “DA เท่าไหร่ถึงจะดี” ก่อน แต่จะถามว่า DA เทียบกับคู่แข่งในตลาดเดียวกันเป็นอย่างไร เพราะเว็บไซต์ร้านอาหารท้องถิ่น DA 25 อาจแข็งแรงมากในตลาดของตัวเอง ขณะที่เว็บไซต์ข่าวระดับประเทศ DA 25 อาจถือว่ายังต่ำมาก
Domain Rating หรือ DR คืออะไร?
Domain Rating หรือ DR เป็น Metric ของ Ahrefs ใช้วัดความแข็งแรงของ Backlink Profile ระดับโดเมนบนสเกล 0–100 โดยพิจารณาปัจจัยอย่างจำนวนเว็บไซต์ที่ลิงก์เข้ามา คุณภาพของเว็บไซต์เหล่านั้น และจำนวนเว็บไซต์อื่นที่แหล่งลิงก์เดียวกันส่งลิงก์ออกไป
Ahrefs ระบุชัดว่า DR เป็น Metric เชิงเปรียบเทียบและใช้สเกลแบบ logarithmic หมายความว่า การขยับจาก DR 20 ไป 30 ง่ายกว่าการขยับจาก DR 70 ไป 80 มาก และ DR ไม่ได้พิจารณาทราฟฟิก อายุโดเมน หรือคุณภาพเนื้อหาโดยตรง
อ่านหลักการเต็มได้จาก Ahrefs: What is Domain Rating?
DA กับ DR ต่างกันอย่างไร?
สองคะแนนนี้ดูคล้ายกันเพราะอยู่ในช่วงประมาณ 0–100 และมักถูกใช้แทนคำว่า “ความแข็งแรงของโดเมน” แต่จริงๆ แล้วคำนวณคนละระบบ ใช้ฐานข้อมูลคนละชุด และไม่ควรนำเลขมาเทียบกันตรงๆ
- DA: Metric ของ Moz ใช้โมเดลของ Moz ประเมินความสามารถในการแข่งขันของโดเมน
- DR: Metric ของ Ahrefs เน้นความแข็งแรงของ Backlink Profile
- ฐานข้อมูลต่างกัน: จำนวน Backlink และ Referring Domain ที่แต่ละเครื่องมือพบอาจไม่เท่ากัน
- คะแนนไม่สามารถแปลงตรงๆ: DA 40 ไม่ได้หมายความว่าควรมี DR 40
นี่คล้ายกับการวัดสุขภาพธุรกิจจากคนละมุม รายได้ กำไร และกระแสเงินสดต่างก็สำคัญ แต่ไม่มีตัวเลขใดบอกภาพทั้งหมดได้คนเดียว เช่นเดียวกับ SEO ที่ DA และ DR เป็นเพียงหนึ่งชิ้นของข้อมูล
Google ใช้ DA หรือ DR เป็น Ranking Factor หรือไม่?
ไม่ใช้ DA หรือ DR ของ Moz และ Ahrefs เป็น Ranking Factor โดยตรง เพราะ Google มีระบบและสัญญาณการจัดอันดับของตัวเอง ส่วน DA/DR เป็นค่าที่บริษัทภายนอกสร้างขึ้นเพื่อช่วยนัก SEO วิเคราะห์เว็บไซต์
Google อธิบายว่าระบบ Ranking ใช้สัญญาณจำนวนมากเพื่อค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์ ขณะเดียวกัน Google ยืนยันว่าลิงก์ยังถูกใช้เป็นหนึ่งในสัญญาณเพื่อทำความเข้าใจหน้าเว็บและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา
ล่าสุด Google ยังมีคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับการใช้ เครื่องมือ SEO จาก Third Party โดยแนะนำให้ประเมินคำแนะนำจากเครื่องมือภายนอกอย่างมีวิจารณญาณ และเปรียบเทียบกับเอกสารทางการของ Google
ดังนั้น ถ้ามีใครบอกว่า “เพิ่ม DA แล้วอันดับ Google จะขึ้นแน่นอน” ให้ระวังทันที เพราะกำลังเอา Metric ที่ใช้วัดผล ไปสับสนกับ Ranking Signal ของ Search Engine
คะแนน DA/DR เชื่อถือได้แค่ไหน?
คำตอบที่ใช้งานได้จริงคือ เชื่อถือได้ในฐานะเครื่องมือเปรียบเทียบ แต่ไม่ควรเชื่อถือในฐานะคำตัดสินสุดท้าย
สมมติคุณกำลังเลือกเว็บไซต์สำหรับลง Guest Post สองเว็บ เว็บ A มี DR 65 แต่แทบไม่มี Organic Traffic เนื้อหาปะปนตั้งแต่คาสิโน สุขภาพ ไปจนถึงซอฟต์แวร์ ส่วนเว็บ B มี DR 38 แต่ทำเนื้อหาเฉพาะอุตสาหกรรมเดียวกับคุณ มีบทความติดอันดับและมีคนค้นหาเข้าจริง
ในสถานการณ์นี้ ผมมักให้น้ำหนักเว็บ B มากกว่า เพราะ Topical Relevance และคุณภาพของเว็บไซต์จริงสำคัญกว่าการไล่ตัวเลข DR Ahrefs เองก็แนะนำว่าไม่ควรตัดสินคุณภาพแหล่ง Backlink จาก Site-wide Authority เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูคุณภาพลิงก์ เนื้อหา Organic Traffic และความเกี่ยวข้องกับหัวข้อร่วมด้วย

ทำไมบางเว็บ DA/DR สูง แต่ Traffic ต่ำ?
นี่เป็นสิ่งที่ผมเจอบ่อยเวลาตรวจเว็บสำหรับทำ Backlink เว็บหนึ่งอาจมี DR สูงจาก Referring Domains จำนวนมาก แต่หน้าเว็บที่มีอยู่ไม่ได้ตอบ Search Intent หรือไม่มี Keyword ที่สร้าง Traffic จริง
ในทางกลับกัน เว็บไซต์ขนาดเล็กบางแห่งมี DR เพียง 20–30 แต่มีบทความเฉพาะทางหลายหน้าติดอันดับ เพราะเนื้อหาตรงกับสิ่งที่คนค้นหา โครงสร้างเว็บดี และแต่ละหน้ามีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้นสูง
เพราะ Google จัดอันดับ หน้าเว็บ สำหรับคำค้นหาแต่ละคำ ไม่ใช่แค่เอาคะแนนรวมของโดเมนมาตัดสิน คุณจึงควรดู Page-level Metrics และ Search Intent ควบคู่ไปด้วย
ถ้าเว็บไซต์คุณมีหลายบทความแต่หน้าไม่ค่อยถูกค้นพบ ลองตรวจทั้ง โครงสร้าง Breadcrumb และ Internal Link รวมถึงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ เพราะการเพิ่ม Authority อย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหา Technical SEO ได้
ควรใช้ DA/DR อย่างไรให้เกิดประโยชน์จริง?
1. ใช้เทียบกับคู่แข่งในตลาดเดียวกัน
แทนที่จะตั้งเป้าว่า “เว็บต้อง DR 50” ให้เปิดคู่แข่งที่อันดับดีประมาณ 5–10 เว็บไซต์ แล้วดูค่า DR, Referring Domains, Organic Traffic และจำนวนหน้าที่สร้าง Traffic
ถ้าคู่แข่งส่วนใหญ่อยู่ DR 25–35 แต่คุณ DR 12 คุณเริ่มเห็นแล้วว่า Backlink Profile อาจเป็นหนึ่งในช่องว่างที่ควรพัฒนา
2. ใช้กรองเว็บก่อนทำ Backlink
ผมมักใช้ DR เป็น ตัวกรองรอบแรก ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินรอบสุดท้าย หลังจากนั้นจะตรวจต่ออย่างน้อยว่า:
- เว็บไซต์เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราหรือไม่
- มี Organic Traffic และ Keyword จริงหรือไม่
- บทความที่ติดอันดับมีคุณภาพหรือไม่
- มีลิงก์ออกไปเว็บแปลกๆ มากผิดปกติหรือไม่
- หน้าที่เราจะได้ Backlink มี Internal Link และมีโอกาสถูก Google Crawl หรือไม่
ถ้ากำลังวางระบบ Link Building ควรอ่านเรื่อง วิธีเลือก Backlink ที่มีคุณภาพ เพิ่มเติม เพราะลิงก์หนึ่งเส้นจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอาจมีคุณค่ากว่าลิงก์จำนวนมากจากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
3. ใช้ติดตามแนวโน้ม ไม่ใช่หมกมุ่นกับคะแนนรายวัน
DR สามารถเปลี่ยนได้แม้คุณไม่ได้เสีย Backlink เพราะเป็น Metric แบบ Relative เว็บไซต์อื่นในฐานข้อมูลอาจแข็งแรงขึ้นจนทำให้ตำแหน่งสัมพัทธ์ของคุณเปลี่ยนได้
ดังนั้นผมแนะนำให้ดูแนวโน้มเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส แล้วเทียบกับ Organic Clicks, Impressions, Ranking Keywords และ Conversion มากกว่าดูว่าเดือนนี้ DR เพิ่มหนึ่งแต้มแล้วถือว่า SEO ประสบความสำเร็จ
Metric ไหนสำคัญกว่าถ้าทำ SEO เพื่อธุรกิจ?
ถ้าเป้าหมายคือยอดขายหรือ Lead ผมจะเรียงความสำคัญของข้อมูลประมาณนี้: Organic Traffic ที่ตรงกลุ่ม → Conversion → Keyword Visibility → คุณภาพ Content → Technical Health → Backlink Profile → DA/DR
DA/DR มีประโยชน์มาก แต่สุดท้ายลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะเว็บคุณ DR 60 ลูกค้าซื้อเพราะเขาค้นหาปัญหาของตัวเอง เจอเว็บไซต์คุณ ได้คำตอบที่น่าเชื่อถือ ใช้งานเว็บง่าย และสามารถติดต่อหรือซื้อได้โดยไม่ติดขัด
นี่คือเหตุผลที่ SEO ควรทำร่วมกับ UX ด้วย คุณสามารถใช้ Heatmap และ Session Recording ดูต่อว่าคนที่เข้ามาจาก Google ใช้งานหน้าเว็บอย่างไร หรือเช็กว่า ปลั๊กอิน WordPress ทำให้เว็บช้าหรือไม่ แทนที่จะพยายามเพิ่ม Authority อย่างเดียว
สรุปแล้วควรสนใจ DA/DR หรือไม่?
ควรสนใจ แต่ต้องใช้ให้ถูกงาน DA และ DR เหมาะสำหรับ Benchmark คู่แข่ง วิเคราะห์ Backlink Profile และคัดกรองเว็บไซต์ก่อนทำ Link Building แต่ไม่ใช่คะแนนจาก Google และไม่สามารถรับประกันอันดับได้
ถ้าคุณจะเริ่มตรวจเว็บไซต์วันนี้ ให้ทำง่ายๆ: เลือกคู่แข่ง 5 เว็บ เก็บ DR/DA, Referring Domains, Organic Traffic และหน้าที่สร้าง Traffic สูงสุดลง Spreadsheet จากนั้นดูว่า “เขามีอะไรที่เราไม่มี” วิธีนี้ให้ข้อมูลสำหรับตัดสินใจมากกว่าการถามว่า DA เท่าไหร่ถึงจะดีหลายเท่า
เป้าหมายไม่ใช่ทำให้เครื่องมือ SEO แสดงตัวเลขสวยที่สุด แต่คือสร้างเว็บไซต์ที่ Google เข้าใจ ผู้ใช้เชื่อถือ และธุรกิจได้ผลลัพธ์จริง
คำถามที่พบบ่อย
DA เท่าไหร่ถึงจะถือว่าดี?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ควรเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ประเภทเดียวกันและคู่แข่งที่ติดอันดับใน Keyword ที่คุณต้องการแข่งขัน เว็บเฉพาะทาง DA 25 อาจแข็งแรงมากในตลาดหนึ่ง ขณะที่อีกตลาดอาจต้องแข่งขันกับเว็บไซต์ที่สูงกว่านั้นมาก
เพิ่ม DA หรือ DR แล้วอันดับ Google จะดีขึ้นไหม?
ไม่จำเป็น การเพิ่ม DA/DR ไม่ได้ทำให้อันดับสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะ Google ไม่ได้ใช้คะแนนเหล่านี้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ถ้าคะแนนเพิ่มจากการได้ Backlink คุณภาพดีที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ลิงก์เหล่านั้นอาจมีส่วนช่วย SEO ได้
เวลาซื้อ Backlink ควรดู DA หรือ DR?
ดูได้ทั้งสองค่าในฐานะข้อมูลประกอบ แต่ควรดู Organic Traffic, Topical Relevance, คุณภาพบทความ, Referring Domains, ประวัติโดเมน และหน้าที่จะวางลิงก์ด้วย อย่าซื้อ Backlink เพียงเพราะเห็น DA หรือ DR สูง เพราะคะแนน Site-wide เพียงค่าเดียวบอกคุณภาพของลิงก์ไม่ได้ทั้งหมด
